[SF][MCA]Should I glad? For my birthday...[SeShin]

posted on 07 May 2014 20:52 by siege-swift in Fiction
Title : Should I glad? For my birthday...[ฉันควรดีใจใช่มั้ย? สำหรับวันเกิดน่ะ...]
 
Author: Siege-Swift

Pairing : Seto Kosuke x Kisaraki Shintaro [SeShin]
 
Rating : PG
 
Author Note : นี่คือฟิคคาเงโร่วเรื่องเเรกที่เขียนจบเลยล่ะค่ะ! เรื่องอื่นดองอยู่ยังเขียนไม่จบเลย ฮ่ะๆๆ
 
(หัวเราะแห้งๆ)
 
..........................................................................................
 
 
“สุขสันต์วันเกิดนะ...ชินทาโร่...ปีนี้...ฉันเองก็...ไม่อยู่...เหมือนเดิม...ยังไงก็เถอะ พยายามเข้านะจ๊ะ...”
เสียงใสคุ้นหูดังขึ้นส่งผลให้เด็กหนุ่มหันหลังกลับไปมองยังต้นเสียง... ทว่า เขาก็ไม่เจอใคร...ส่งที่เขาเห็นมีเพียงความมืด...ที่ไม่สิ้นสุดเท่านั้น 
 
“มันยังไม่จบ...”เสียงนั้นดังขึ้นอีกครา เด็กหนุ่มหันซ้ายแลขวาอีกครั้ง แต่ก็ไม่เจอใคร...
 
ฉึก!...
 
ก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันรู้ตัว...โลหิตสีแดงสดก็หลั่งรินออกมาจากปากแผลที่ถูกแทงเมื่อไหร่ไม่อาจทราบ...
บ้าเอ๊ย…!...มันมีอะไรผิดพลาด...ตรงไหนกัน!
 
 
 
เฮือก!
 
เด็กหนุ่มลุกพรวดนั่ง ด้วยความตื่นตระหนก...เขายกมือขึ้นกุมศีรษะ... ฝันงั้นเหรอ?! 
 
“พี่คะ! ตื่นได้แล้ว!”เด็กสาวคนหนึ่งเปิดประตูห้องนอนของผู้เป็นพี่ออกอย่างง่ายดาย นั่นเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ล็อกประตู เธอมองไปยังเตียงนอนของพี่ชายแล้วก็ยิ้มออกมา 
 
  “อ้าว! วันนี้ตื่นเร็วกว่าปกตินะเนี่ย!พี่...” เด็กสาวหยุดพูดเมื่อเห็นอีกฝ่ายอย่างชัดเจน... พี่ชายของเธอตอนนี้มีสีหน้าซีดเผือด บนใบหน้ามีเหงื่อจำนวนมากไหลออกมา ร่างกายสั่นเทา...และที่สำคัญยังมีหยาดน้ำใสๆหลั่งรินออกมาจากดวงตาคู่นั้นอีก...!?
 
“พี่! เป็นอะไรไปน่ะ!?”เธอรีบเข้าไปดูอาการคนในห้องทันที...หรือว่าพี่ของเธอจะฝันร้ายอีกแล้ว
 
“...โม...โมโมะ...?”แม้จะรู้ว่าบางครั้งอีกฝ่ายจะฝันร้ายจนถึงขนาดร้องไห้และช็อคขนาดนี้ก็เถอะ แต่เด็กสาวก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นบ่อยๆ...และฝันนั้น...เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นฝันแบบไหน...
 
“ก็ฉันเองนะสิ! พี่คิดว่าจะเป็นใครกันล่ะ”เด็กสาวตอบพลางขมวดคิ้วมุ่น... ไม่ปกติ...ไม่ปกติ ตอนนี้พี่ชายของเธอไม่ปกติสุดๆ!  ฝันแบบไหนกันที่ทำให้พี่ของเธอเป็นได้ขนาดนี้?!
 
“พี่เป็นอะไรไปน่ะ?”เอ่ยถามหวังได้รับคำตอบ หากแต่คนฟังกลับไม่ปริปากพูดสักคำ
 
“เอ้า! เป็นอะไรก็พูดมาสิ เจ้าพี่บ้านี่!”เด็กสาวเริ่มหมดความอดทน เธอเขย่าตัวอีกฝ่ายพลางพูด
 
“ปวดหัวหรือไง หรือว่าปวดท้อง?”
 
“ไม่...ไม่เป็นอะไร...”น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นดูอ่อนแรง จนเด็กสาวถอนหายใจ ก่อนจะขยับยิ้มเล็กน้อย
 
“ถ้าเป็นอะไรก็บอกนะ เก็บไว้คนเดียวมันก็ไม่ดีนักหรอก”
 
“ขอฉัน...อยู่คนเดียวได้มั้ย?”ทันทีที่ได้ยินเสียงอันแผ่วเบาของพี่ชายร้องขอ เด็กสาวจึงลุกขึ้นและ เดินออกจากห้องนั้นมา พร้อมด้วยคำพูดประโยคสุดท้าย “งั้นหนูไปก่อนนะ”
 
ปัง!...
 
หวังว่า...พี่คงไม่เป็นอะไรหรอก...ใช่มั้ย?
 
หลังจากผู้เป็นน้องออกไปแล้วเด็กหนุ่มผู้นั่งอยู่บนเตียงนอน นามว่า ‘คิซารากิ ชินทาโร่’ ก็ถอนหายใจดัง ‘เฮ้อ’ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง... เมื่อไหร่...ฝันนั้น...จะหยุดลงเสียที... 
 
 
 
ซ่าาาา
 
เสียงหยาดน้ำจากฝักบัวอาบน้ำดังขึ้น เมื่อหยดน้ำเหล่านั้นตกลงสู่พื้น...ไหลลงไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้...รวมถึง...หยาดน้ำตาของเด็กหนุ่มเองด้วย
ชินทาโร่ปาดน้ำตาทิ้งอย่างลวกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนผนังห้องน้ำ หวังให้เวลาผ่านไปไวๆ...แต่...อย่างไรแล้ว ในความเป็นจริงกาลเวลาก็ไม่ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วหรือเชื่องช้าเลย...กาลเวลานั้นผ่านไปด้วยความเร็วที่ไม่เคยเพิ่มขึ้นหรือลดลง...หาก กาลเวลาจะช้าหรือเร็ว...นั่นก็คงจะเป็นเพียงในความคิดของผู้คนแล้วล่ะ
 
...นี่มัน...วันเกิดฉันแล้วสินะ...ไม่อยากให้ถึงวันนี้เลย... ร่างโปร่งเพรียวบางมีสีหน้าไม่สู้ดีนักเมื่อเขาต้องนึกถึงวันเกิดของตนเอง... นับตั้งแต่วันนั้นที่อายาโนะ...เพื่อนเพียงคนเดียวในสมัยมัธยมต้นของเขาหายสาบสูญไป...เขาก็จะฝันถึงเธออยู่เสมอ...โดยเฉพาะในวันเกิดของเขา...ซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเพราะอะไร แถมยังมีคำพูดเหล่านั้นอีก... มันคืออะไรกันแน่...เขายังคงไม่เข้าใจเลย...
 
“ทำไมกันนะ...?”เด็กหนุ่มพึมพำขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา... ทำไม...เขาถึงหาคำตอบไม่เจอเลย...
 
  อีกนานแค่ไหนกัน...ที่ความเจ็บปวดเหล่านี้จะหายไป...
 
อีกนานแค่ไหนกัน...ความทรมานจะสิ้นสุด
 
...อีกนานแค่ไหนกัน...?...
 
“อ้าว! โมโมะจัง! วันนี้มาเร็วจังนะ!”เด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งท่าทีเป็นมิตรทักขึ้น เมื่อเห็นเด็กสาวผมส้มเดินเข้ามา
“...สวัส...ดีค่ะ”เสียงของเด็กสาวขาดห้วง เธอมีสีหน้าหวาดหวั่น ยิ่งเมื่อหันไปมองนาฬิกาบนฝาผนังของสถานที่แห่งนี้ ความกังวลของเธอก็ทวีเพิ่มมากขึ้น แม้จะไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก หากแต่สีหน้าของเธอก็ทำให้คู่สนทนารู้ดีว่าเด็กสาวกำลังรู้สึกเช่นไร
 
เวลาป่านนี้แล้ว...ทำไมพี่ถึงยังไม่มาอีก...
 
“อ่ะ...โมโมะจังไปนั่งพักก่อนดีกว่านะ เดี๋ยวผมหาอะไรมาให้ดื่ม”ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มนามว่า ‘เซโตะ โคสุเกะ’ ขยับลุงขึ้นจากที่นั่ง ก่อนจะเดินไปยังห้องครัว เพื่อหาอะไรมาให้เด็กสาวดื่ม ตามที่บอกไว้
 
“ค่ะ...”เสียงตอบรับของโมโมะดูอ่อนแรงกว่าที่ควรจะเป็น หลังจากที่ออกจากห้องของพี่ชายมา เธอก็ต้องไปทำรายงานที่บ้านเพื่อน ก่อนที่จะมาที่นี่...แต่ถึงอย่างนั้น... เพราะความคิดฟุ้งซ่านเรื่องของพี่ชาย ทำให้การทำรายงานในครั้งนี้...เธอจึงต้องให้เพื่อนรับภาระการทำรายงานของกลุ่มมากกว่าปกติ เพื่อนของเด็กสาวเองก็พอจะเข้าใจได้จากสีหน้าของเพื่อนตน จึงรับรายงานส่วนที่เหลือมาทำอย่างเต็มใจ เพราะดูจากสีหน้าแล้ว เด็กสาวคงมีเรื่องที่ทำให้คิด เป็นกังวลคอยกวนใจอยู่แน่ๆ...สีหน้าหมองหน่อยๆ กับความเงียบของเด็กสาวทำให้เพื่อนของเธอเป็นห่วงและบอกให้ไปพักผ่อน…
 
“งั้นโมโมะกลับไปพักผ่อนเถอะ ไม่ต้องห่วงเรื่องรายงานน่ะ…เดี๋ยวพวกเราจัดการเอง!”

คำพูดของเพื่อนๆ ดังขึ้นในหัวของโมโมะอีกครั้ง 
 
“แล้วไม่ต้องคิดมากล่ะ เพราะเดี๋ยวครั้งหน้าเราให้เธอทำมากกว่าคนอื่นๆแน่ ฮ่าๆ...ล้อเล่นน่า! เอาเป็นว่า โชคดีนะ!”
 
ฉันดีใจนะ ที่มีพวกเธอเป็นเพื่อน...และนั่น...ทำให้โมโมะมาถึงฐานทัพลับเร็วกว่าปกติ...
 
“ชามาแล้วคร้าบบบ~~!”เสียงที่ดังขึ้นของเด็กหนุ่มที่เดินออกไปเมื่อครู่ดังขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้โมโมะหลุดจากภวังค์
 
“อ๊ะ...ขอบคุณค่ะ”เด็กสาวกล่าว ก่อนจะเริ่มสังเกตรอบๆห้อง
 
...ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมภายในห้องแห่งนี้ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ และบรรยากาศรอบๆ...
หากแต่เด็กสาวกลับรู้สึกว่าเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไป...
 
“แล้วทุกคนล่ะคะ?”โมโมะนึกออกในที่สุด เซโตะเลิกคิ้วขึ้นมองเธอก่อนบอก “ไปซื้อของกันน่ะครับ อีกเดี๋ยวก็คงกลับแล้วล่ะ”
 
“อ๋อ...ไปซื้อเสบียงกันสินะคะ”เด็กสาวเดินไปยังตู้เย็นก่อนจะเปิดมันออก เพื่อจะพบว่า...ภายในนั้นเกือบจะว่างเปล่า... ถ้าไม่มีกระติกน้ำไม่กี่ขวดที่ไม่รู้ว่าจะมีน้ำถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ของขวดรึเปล่าน่ะนะ...
 
“ก็นะ”เซโตะแบะมือออกอย่างไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรดี ที่จริงเขาเองก็เตือนทุกคนไว้แล้วแท้ๆว่าเสบียงของที่นี่มีอยู่ไม่มากแล้ว ครั้นจะให้เขาออกไปซื้อก็เห็นทีว่าจะไม่ได้ ไม่ใช่เพราะว่าขี้เกียจ หรืออะไร แต่เพราะเขาต้องทำงานพิเศษ ทำให้มีวันหยุดแค่ไม่กี่วัน... และวันนี้ก็เป็นหนึ่งในวันหยุดไม่กี่วันนั้น
ตอนเขาเดินมาฐานทัพลับ ก็เห็นทุกคนกำลังจะออกไปข้างนอกกันพอดี ซึ่งเขาเองก็กะว่าจะตามไป...
 
 
ทว่า...
 
“อ้าว! นั่นทุกคนจะไปซื้อของกันรึเปล่าครับ? ผมไปด้วยสิ!”เด็กหนุ่มผู้หันขวับมาเห็นกลุ่มเพื่อนของตนกำลังเดินออกจากสถานที่ซึ่งพวกเขาไปรวมกลุ่มกันกล่าวขึ้น พลางยกมือขึ้นโบกไปมาเพื่อทักทาย
 
“หืม? จะว่าดีก็ดีนะ จะได้มาช่วยถือของ...”เด็กสาวท่าทางโหดๆ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าของกลุ่มนี้เอ่ยขึ้น ก่อนจะชักไป ราวคิดอะไรขึ้นมาได้ “...แต่นายอยู่นี่ไปเถอะเซโตะ...เดี๋ยวสองพี่น้องคิซารากิมาถึงไม่เจอใครจะเข้าฐานทัพลับไม่ได้”
 
เนื่องจากสมาชิกของกลุ่มเพิ่มพรวดมาอย่างรวดเร็ว ทำให้หัวหน้ากลุ่มอย่าง ‘คิโดะ สึโบมิ’ ที่ไม่สนเรื่องปั๊มกุญแจตั้งแต่ทีแรก ต้องมาสนใจในเรื่องนี้อย่างช่วยไม่ได้ ล่าสุดโมโมะได้กุญแจไปแล้วก็จริง แต่ด้วยความเซ่อซ่าหรืออะไรสักอย่าง เด็กสาวจึงทำมันหายไปตั้งแต่วันที่สองที่ได้ไป...จากนั้น โมโมะก็ยังไม่ได้กุญแจสำรองเลย อันที่จริงคิโดะเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะภาพของเด็กสาวผมส้มผุดขึ้นมาในความคิด...
 
“ง่ะ...ก็ได้...”เสียงที่ตอบมานั้นฟังดูไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรนัก...
 
สุดท้ายแล้วเซโตะจึงต้องอยู่เฝ้าฐานทัพลับรอสมาชิกผู้มาเยือนอย่างช่วยไม่ได้...
 
“ว่าแต่...”เซโตะหันไปสบตาเด็กสาวผู้ยังคงมีสีหน้ากังวลไม่หาย “ทำไมถึงทำท่ากังวลอะไรขนาดนั้นล่ะครับ? เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?”
 
โมโมะเงียบไปครู่หนึ่งกอนจะเอ่ยขึ้น “...วันนี้เป็นวันเกิดพี่น่ะค่ะ”
 
“หืม? ก็เลยกังวลว่าจะซื้ออะไรไปเป็นของขวัญให้เหรอครับ”คำพูดของเซโตะ เมื่อคนที่ถูกกล่าวถึงเป็นเด็กหนุ่มสาวทั่วไปที่รอคอยให้ถึงวันคล้ายวันเกิดของตนแล้วล่ะก็ คำถามเช่นนี้ก็ควรจะเป็นเรื่องปกติ หากแต่มันไม่ใช่กับเด็กหนุ่มผู้ถูกความทรงจำตามหลอกหลอน...
 
“ไม่ใช่หรอกค่ะ...”โมโมะบอกสำเสียงของเธอจริงจังกว่าทุกครั้ง “พี่มักจะฝันร้ายอยู่เรื่อยๆ หลังจากที่เสียเพื่อนเพียงคนเดียวในช่วงมัธยมต้นไป...และยิ่งดูเหมือนจะรุนแรงมากขึ้น เมื่อถึงวันเกิด...”พูดถึงตรงนี้เด็กสาวก็เงียบไป ราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
 
“พี่นี่น้า!~ ไหงทำหน้างั้นเล่า! เป็นอะไรไปงั้นเหรอ”โมโมะเดินไปหาพี่ชายของตนพร้อมตบบ่าอีกฝ่ายแรงๆไปทีหนึ่ง
 
“ทำไม...ฮึก...”โมโมะได้แต่อึ้ง ทำอะไรไม่ถูก เมื่อเห็นหยาดน้ำใสๆไหลรินออกมาจากดวงตาของพี่ชาย
 
“ป่ะ...เป็นอะไรไปน่ะพี่...?”
 
“เมื่อไหร่...มันจะหยุด...” คำถ้อยคำพึมพำแผ่วเบาจากริมฝีปากซีดดังขึ้น ...เด็กสาวมองไปยังพี่ชายของตนด้วยความสงสัย...ฝันอะไรกันนะ? เกี่ยวกับ...พี่อายาโนะรึเปล่า...?
 
“ตอนนี้ชินทาโร่คุงอยู่ไหนล่ะครับ?”อีกครั้ง...ที่เสียงของคู่สนทนาเรียกให้โมโมะหลุดจากภวังค์
 
“อยู่บ้านน่ะค่ะ...น่าจะ...นะคะ”ท้ายประโยค เสียงของเด็กสาวแผ่วเบาราวกับไม่แน่ใจในสิ่งที่พูด 
 
“เอ๋...?”แต่คนตรงหน้ากลับได้ยินสิ่งที่เด็กสาวบอกทั้งประโยค เซโตะถามขึ้นต่อ “แล้วตอนโมโมะจังออกมา ชินทาโร่คุงอยู่ไหนล่ะครับ?”
 
“ห้องน้ำน่ะค่ะ”
 
เซโตะเลิกคิ้วกับคำตอบที่ได้ยิน ในห้องน้ำ?
 
“แล้วนี่...”
 
“พอแล้วค่ะ”
 
“หา?”เซโตะชะงัก ถ้อยคำ คำถามมากมายยังไม่ทันหลุดจากปาก ก็ต้องเป็นอันกลับเข้าไปอีกรอบเมื่อเด็กสาวโพล่งขึ้นเสียงห้วน
 
“ฉันว่าฉันไปดูพี่ก่อนดีกว่า ขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ!”ว่าจบโมโมะก็ก้มหัวให้เซโตะหนึ่งที ก่อนจะผลุนผลันออกจากฐานทัพลับไป
 
 
อะไรบางอย่าง...ทำให้เธอรู้สึกสังหรณ์ไม่ดี...
 
 
 
ตึง!
 
ทันทีที่วิ่งมาถึงหน้าบ้าน โมโมะก็ผลักประตูบ้านออกอย่างแรงก่อนจะพุ่งเข้าไปหาคนในบ้าน
 
“พี่! พี่อยู่ไหนน่ะ!?”เด็กสาวร้องเรียก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ในวันที่สภาพจิตใจของพี่ไม่ค่อยมั่นคง...จะเป็นอันตรายมากที่สุดในหลายๆความหมาย หากเขาออกไปไหน เมื่อปีที่แล้วพี่ชายของเธอมีอาการแบบวันนี้ก็จริง แต่มันต่างกันตรงที่ปี่ที่แล้วพี่ชายของเธอไข้ขึ้นสูงจึงไม่ได้ออกไปไหน... แต่วันนี้มันไม่ใช่...
 
“พี่! อยู่มั้ย? ตอบด้วย!”
 
...แต่ไม่ว่าจะร้องเรียกและวิ่งหารอบบ้านยังไง เธอก็ไม่เจอเงาของพี่ชายเลย...
 
 
 
 
ก๊อกๆ...ก๊อก
 
“คร้าบๆ มาแล้วครับ...”เด็กหนุ่มผู้อยู่เฝ้าฐานทัพลับมองคนตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง...
 
  ชินทาโร่คุงมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!?
 
“เซโตะ...เหรอ”เด็กหนุ่มร่างโปร่งเพรียวพูดขึ้น เรือนผมสีดำขลับที่ยังไม่แห้งดีของเขาส่งกลิ่นหอมของแชมพูโชยออกมา
 
เซโตะมองอีกฝ่ายที่มีท่าทีต่างจากปกติด้วยความรู้สึกสงสัย
 
ชินทาโร่คุงเป็นอะไรไป?
 
นัยน์ตาสีน้ำตาลไหววูบเมื่ออีกฝ่ายจ้องมองมา เซโตะสังเกตเห็นว่านัยน์ตาของอีกฝ่ายแดงก่ำ เหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักมา
 
“เป็นอะไรไปเหรอครับ?...”เซโตะเอ่ยถาม หากคนตรงหน้ากลับไม่กล่าวอะไร เขาจึงถอนหายใจก่อนจะพูดขึ้นอีก “เข้ามาก่อนสิครับ”
 
“...”และก็เป็นเช่นเดิม ชินทาโร่ไม่ได้ตอบอะไร เด็กหนุ่มทำเพียงเดินตามอีกฝ่ายไปเท่านั้น
 
“ชินทาโร่คุงครับ...พูดอะไรบ้างสิ”เซโตะบอกเบาๆ น้ำเสียงแทบจะเป็นคร่ำครวญ เมื่อคนตรงหน้าเขาเอาแต่นั่งเงียบมาตั้งแต่นั่งลงบนโซฟา
 
“ขอโทษนะ...ขอฉันอยู่เงียบๆก่อนเถอะ...”ชินทาโร่พูดแค่นั้น ก่อนจะเงียบไปอีก
 
 
 
หลายนาทีผ่านไป

 
“เอ่อ…ชินทาโร่คุง…อะ…เอาชาหน่อยมั้ย?”เซโตะตัดสินใจพูดขึ้นหลังจากเงียบมานาน ซึ่งสิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือ…
 
“ขอเป็น…โค้ก…ได้ไหม?”…คำถามถึงสิ่งที่ฐานทัพลับไม่ได้มีเหลือไว้…
 
“อ่า…ไม่มีหรอก”เซโตะบอกพลางยิ้มแห้งๆ มีแค่น้ำเปล่าที่เทดื่มได้ไม่กี่แก้วเท่านั้นล่ะครับ…
 
“งั้นเหรอ…”ชินทาโร่พึมพำเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าที่ก้มอยู่นานขึ้น แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของอีกคนจ่อมาใกล้ๆ
 
“อะ…อะไร?”เด็กหนุ่มกระพริบตาปริบๆมองคนตรงหน้าอย่างุนงง เห็นดังนั้นเซโตะก็ยิ้มกว้าง
 
“เปล่าครับ…แค่อยากมองดูใกล้ๆน่ะ”จบคำร่างสูงก็ค่อยๆเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้คนตรงหน้ายิ่งกว่าเดิม
 
“ดูสิ…ตาแดงหมดแล้ว…มีอะไรก็ปรึกษาผมได้นะครับ”น้ำเสียงอ่อนโยนนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด เซโตะยกมือขึ้นทาบหน้าผากอีกฝ่าย “ ตัวรุมๆนะครับเนี่ย…เดี๋ยวผมไปหายามาให้ทานดีกว่า”
 
ชินทาโร่ไม่ได้พูดอะไร เด็กหนุ่มเพียงพยักหน้าเบาๆ เซโตะจึงส่งยิ้มมาให้อีกครั้ง ก่อนจะเดินออกไป…
ผู้เหลืออยู่เพียงคนเดียวภายในห้องกระชับอ้อมกอดเข้ากับกายที่สั่นระริกของตน เเล้วปล่อยจิตใจให้เข้าสู่ห้วงภวังค์อีกครั้ง...
 
 
 
 
 
"ชินทาโร่คุง ขอโทษที่มาช้านะครับ"เซโตะที่เปิดประตูเดินเข้ามากล่าวพลางเเย้มยิ้ม ก่อนสายตาจะเห็นว่าคนที่เขาไปหายามาให้ทาน...ตอนนี้...ได้หลับไปแล้ว...
ร่างสูงเดินมาใกล้ๆ เด็กหนุ่มผู้หลับสนิท แล้วตัดสินใจวางยากับน้ำเปล่าที่เตรียมมาไว้ก่อน ถึงยังไงถ้าอีกฝ่ายหลับไปแล้ว เขาเองก็ไม่อยากจะปลุกนักหรอก
 
  ผมอยากให้คุณพักผ่อนมากๆนะ...ชินทาโร่คุง
 
เซโตะยกมือขึ้นวางลงบนศีรษะของอีกฝ่าย เเล้วลูบกลุ่มผมนุ่มนั้นเบาๆ ก่อนจะก้มลงกระซิบเบาๆข้างหูคนหลับ เหมือนกับที่ผู้ใหญ่บางคนมักทำกับเด็กๆ "ฝันดีนะครับ...ชินทาโร่คุง"
 
"อือ..."ชินทาโร่ส่งเสียงอืมอืออยู่ในลำคอ เซโตะไม่รู้ว่านั่นเป็นคำตอบรับของอีกฝ่ายหรือเปล่า เเต่เขาก็ขอโมเมเองบ้างก็เเล้วกัน...
 
คิดอะไรเพลินๆไปไม่เท่าไหร่เซโตะก็ได้ยินเสียงของอีกฝ่ายดังขึ้นเบาๆ "ฮึก...ทำไมล่ะ...ทำไม...?"
 
ฝันร้ายงั้นเหรอ...? ทั้งๆที่เขาเพิ่งจะบอกว่า ฝันดีนะครับ ไปแท้ๆเนี่ยนะ...ดูท่าว่ามนต์บอกฝันดีอะไรนี่คงไม่ได้ผลเเฮะ เเต่สมัยเด็กๆเเม่เองก็ลูบหัวเขาเเล้วบอกฝันดีเหมือนกันนี่นา...เเล้วเขาเองก็ฝันดีด้วย หรือว่า เพราะมันต่างกันที่ผู้พูดล่ะเนี่ย...? คิดไร้สาระอยู่นานในที่สุดเซโตะก็เลิกคิด เขาหันไปมองใบหน้าของอีกฝ่ายเเทน นั่นทำให้เขาได้เห็นหยาดน้ำสีใสที่หลั่งรินออกมาจากดวงตาคู่นี้...
 
"ชินทาโร่...คุง?"
 
ไม่เคยเลยที่เขาจะเห็นสีหน้าที่ฉายชัดถึงความทุกข์ของคนตรงหน้า 
 
ไม่เคยเลยที่เขาจะเห็นน้ำตาของคนๆนี้... 
 
ไม่เคยเลย...ที่คนๆนี้จะ...เเสดงความอ่อนเเอเเบบนี้ออกมาให้เห็น...
 
"...เซโตะ...ทำไมก็ไม่รู้นะ...ฉันมักจะฝันถึง 'คนๆนึง' ที่ฉันรู้สึกผิดด้วยเสมอมานับจาก 'วันนั้น' ยิ่งวันเกิดตัวเองเเล้ว...ฝันร้ายนั้นมันก็...ยิ่ง...น่ากลัว..."
 
เสียงของชินทาโร่สั่นเครือ เขาหันมามองคนสูงกว่าที่กำลังทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะพูดต่อ 
 
"...เพราะฉันไม่เข้าใจคนๆนั้น...เเต่กลับคิดว่าตัวเองรู้จักคนๆนั้นดี...ทั้งๆที่...ไม่รู้อะไรเลยเเท้ๆ...ฉันรู้สึก...เหมือนตัวเองทำให้คนๆนั้นหายสาบสูญไปเลย...ทำไมกันนะ..."
 
"ชินทาโร่..."เซโตะพูดไม่ออก งั้นฝันที่ว่าก็คือฝันที่เกี่ยวๆกับคนๆนั้นสินะ... 
 
"เรื่องนั้น...อย่าคิดมากเลยครับ...มัน...ไม่ใช่ความผิดของคุณทั้งหมดหรอก...คนๆนั้นเอง...อาจจะมีเหตุผลที่หายไปก็ได้นะครับ...อาจจะเป็นเหตุที่ชินทาโร่คุงเองก็ไม่รู้..."
 
เซโตะยอมรับว่าเขาอยากจะปลอบคนๆนี้ เเต่ไม่รู้ทำไมเขากลับรู้สึกแบบนั้นจริงๆ... 
 
ใช่...คนๆนั้นคงจะต้องมีเหตุผลอะไรเเน่ๆ...
 
เเม้ว่า...เขาจะไม่รู้ว่าทำไมตนเองถึงได้มั่นใจขนาดนั้นก็เถอะ...
 
"นายคิดงั้นเหรอ..."ชินทาโร่ถามน้ำเสียงเเผ่วเบา 
"อืม...ผมคิดอย่างนั้นเเหละครับ...อีกอย่าง...คนๆนั้นเอง ก็คงไม่อยากให้ชินทาโร่มามัวนั่งเสียใจอยู่หรอกนะครับ...คงอยากให้ยิ้มบ้างมากกว่า"พูดจบเซโตะก็ยิ้มกว้าง "ยิ้มเเบบนี้น่ะครับ"
 
 
 
 
"จะคิดมากทำไมให้วุ่นวาย...ร่าเริงเข้าไว้สิ!"
 
"ร่าเริงอะไรกันเล่า! นี่มันน่าเบื่อจะตายไม่ใช่รึไง...ทำไมเธอถึงยังยิ้มอยู่ล่ะ"ท้ายประโยคนั้นคือประโยค
คำถามที่เบาเกินกว่าจะให้อีกคนได้ยิน เเต่คนๆนั้นกลับได้ยินซะได้
 
"ก็นะ..."อีกฝ่ายเกาเเก้ม มุ่ยปากอย่างไม่รู้จะตอบยังไงดี "เถอะน่า! อย่าเฉยชามากนักซี่!~ ยิ้มๆ!"
 
"อะไรของเธอล่ะนั่น...เเล้วไม่ร้อนรึไง? ใส่ผ้าพันคออยู่นั่นเเหละ"
 
"ร้อนสิ...ฮะๆ ร้อน..มากๆเลยล่ะ"คำตอบนั้นทำให้อีกฝ่ายขมวดคิ้ว "ร้อนแล้วทำไมยังใส่อยู่ล่ะ?"
 
"ก็เพราะว่า...ฉันเป็นคุณพี่สาวยังไงล่ะ!"
 
"อะไรของเธอล่ะนั่น..."
 
"ถ้าฉันหายไปยังไงก็ต้องมีคนมาเเทนที่อยู่เเล้วล่ะ...เเต่ฉันก็พูดไปงั้นเเหละ!...แฮะๆ"
 
"อะไรของเธอเนี่ย..."
 
"ร่าเริงเข้าไว้นะ ชินทาโร่...ถึงฉันจะไม่อยู่ก็เถอะ..."ท้ายประโยคนั่นเสียงที่เคยร่าเริงมาตลอดกลับฟังดูเเปลกไป...เป็นเสียงที่ฟังดูเศร้าอย่างบอกไม่ถูก แถมยัง...เบามากๆเสียด้วย
 
เด็กหนุ่มมองอีกฝ่ายที่ก้มหน้าไปอย่างงุนงงเล็กน้อย ท้ายประโยคของคู่สนทนาเบาเกินกว่าที่เขาจะได้ยินแต่ สุดท้าย...เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
 
 

 
"เอ๊ะ..."ชินทาโร่ชะงัก ความทรงจำที่ฉายชัดขึ้นมาในหัวเมื่อครู่ ทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
 
 
เมื้อกี้...ความทรงจำพวกนี้...ทำไมถึงเพิ่งมานึกออก...?
 
 
"อะไรเหรอครับ?"เซโตะถามด้วยรอยยิ้ม...
 
"ทำไม...นายถึงยิ้มบ่อยจัง...เหมือนคนๆนั้นเลยนะ..."ชินทาโร่ที่หยุดร้องไห้ตั้งเเต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ถามขึ้น 
ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นเเล้ว เเม้จะยังรู้สึกผิดมากๆอยู่ก็เถอะ แต่ยังไง...คนๆนั้น...ในความทรงจำที่เขาเกือบลืมไปแล้วก็เป็นคนบอกเองนี่นะ...ว่าให้ร่าเริงน่ะ...บางที การที่เขายังฝันถึงเธออยู่เเบบนี้อาจจะไม่ใช่เพราะเธออยากให้เขามาจมปรักอยู่กับความเศร้าเเบบนี้จริงๆก็ได้...เพราะทุกครั้ง เธอจะมีรอยยิ้มเสมอ...และก็มักจะพูดเหมือนเตือนอะไรบางอย่างด้วย...ซึ่งทุกครั้งที่ได้ยินคำเตือนพวกนั้น...เขาก็จะลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นไปเสมอๆเลย...มันเพราะอะไรกัน...เขาเองก็ไม่รู้ เเม้ในฝันจะเห็นลางๆเป็นภาพตัวเขาเเละกลุ่มคนที่หมดลมหายใจก็เถอะ เเต่นั่นมันก็เเค่ฝันนี่ ใช่ว่าเขาจะตายจริงๆสักหน่อย...? 
 
"เอ๋?...นั่นสินะครับ...ผมเอง...ก็ถูกสอนให้ยิ้มมากๆเข้าไว้น่ะครับ รอยยิ้มน่ะ...นอกจากตนเองเเล้ว ยังทำให้คนอื่นรู้สึกดีได้ด้วยนะครับ"
 
"นั่นสินะ...ฉันเองก็รู้สึกดีขึ้นเพราะรอยยิ้มของคนรอบข้างเหมือนกัน...ขอบคุณนะ...ฉันว่า...ฉันคงยิ้มได้มากขึ้นเเล้วล่ะ"กล่าวจบ ราวกับจะยืนยัน ชินทาโร่ก็ยิ้มออกมา
 
"ดีเเล้วล่ะครับ"เซโตะเองก็ยิ้มให้คู่สนทนาอีกเช่นกัน ก่อนเขาจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ 
 
"มาทานยาเลยครับ"ว่าพลางหยิบยากับน้ำยื่นให้อีกฝ่ายที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ 
 
"ยาเหรอ...นายจะให้ฉันเดี้ยงรึไง...ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ...ใครเขากินพาราตอนท้องว่างกันบ้างล่ะ"
ได้ยินดังนั้นเซโตะก็นึกขึ้นได้ "จะว่าไปนี่ก็มืดแล้วสินะครับ...งั้นมากินมื้อเย็นกันเถอะครับ!"
 
"จะมีอะไรให้กินบ้างล่ะ นอกจากมาม่าน่ะ?"ชินทาโร่ถามเหมือนรู้ทัน ที่นี่มักจะไม่ค่อยมีอะไรหลงเหลืออยู่เป็นเสบียงให้เห็นนอกจาก น้ำเปล่า ชาเล็กน้อย กับมาม่าไม่กี่ห่อเเค่นั้นเอง
 
"ฮะๆ...ที่จริงเเล้ว...ตอนนี้ก็มีเเค่มาม่าเเหละครับ"เซโตะหัวเราะแห้งๆ แต่ยังไม่ทันที่ชินทาโร่จะตอบอะไรเสียงเปิดประตูดังปัง ก็เรียกให้พวกเขาหันไปมองยังต้นเสียง
 
"พี่! มาอยู่ที่นี่เองเหรอ!?!"เด็กสาวผู้มาเยือนคือโมโมะ น้องสาวของชินทาโร่ที่กังวลเรื่องของพี่ชายอยู่นั่นเอง
 
"อ่า...โมโมะจัง ที่จริงพอโมโมะจังออกไปได้ไม่นานชินทาโร่คุงเขาก็เข้ามาน่ะ..."เซโตะบอกพลางยิ้มเเหยๆ
 
"เอ๋?!"โมโมะเบิกตากว้าง "จริงเหรอคะ?!..." ก่อนจะถอนหายใจเฮ้อ "ฉันก็กังวลอยู่ตั้งนาน เพราะมีงานเข้ามาด่วนเลยเพิ่งกลับมานี่เเหละค่ะ ที่จริงก็กะจะเเวะที่บ้านก่อน เเต่ไม่รู้ทำไมถึงอยากมาที่นี่ก่อนก็ไม่รู้แฮะ..ฮะๆ"
 
"ขอบใจนะโม..."คำว่า '...โมะที่เป็นห่วง' ของชินทาโร่ยังไม่ทันหลุดจากปากเสียงหนึ่งก็เเทรกขึ้นมา
 
"โมโมะจังนี่รักพี่จังน้าา~"เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเซโตะ นั่นทำให้ทั้งคนถูกพูดแทรก เเละคนฟังทั้งสองอย่างโมโมะกับเซโตะหันไปมองยังต้นเสียง...
 
เสียงนั้นมาจากบานประตูที่พวกเขาคาดว่าควรจะปิดอยู่ แต่ตอนนี้มันเปิดออกเเล้ว ด้วยฝีมือของคนท่าทางกวนประสาทอย่าง 'คาโนะ ชูยะ' สมาชิกหมายเลขสามของเมคาคุชิดันล่ะนะ ข้างหลังของเด็กหนุ่มยังมีสมาชิกคนอื่นๆ ที่ถือข้าวของเสบียงต่างๆอยู่ด้วย
 
"คาโนะคุง!...ทุกคนด้วย!"โมโมะพูดขึ้นอย่างดีใจ 
 
"กลับมาเเล้วเหรอ"คำนี้ทั้งเซโตะ ชินทาโร่เเละโมโมะกล่าวขึ้นพร้อมกันด้วยรอยยิ้ม
 
"พวกเรากลับมาเเล้ว!"คำที่ตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มนั้นของทุกคนนั่น...เป็นสิ่งที่ดีมาก...
 
ตอนนี้ชินทาโร่เเน่ใจเเล้วว่า เขาจะเข้มเเข็งกว่านี้ เเละจะยิ้ม...ให้มากขึ้น เปิดใจให้มากขึ้น...
เพราะเขาเอง...ก็อยากจะมีความสุขกับทุกคน...ทั้งเซโตะ...ที่มักมีรอยยิ้มเสมอ
 
"วันนี้ทำอาหารเยอะๆเลยนะครับ ฉลองที่ชินทาโร่คุงกลับมาร่าเริงไงครับ!"
 
"ถึงนายไม่บอกก็ทำอยู่เเล้ว"คิโดะ สึโบมิ กล่าว "ก็วันนี้...วันเกิดคิซารากิคนพี่นิ...เเถมทุกคนก็ยังอยู่พร้อมหน้ากันทั้งทีนี่นะ"...คิโดะที่เหมือนจะโหดเเต่ก็ใจดี...
 
"จากนั้นก็มาเล่นเกมกันต่อมั้ย?!"คาโนะที่เสนอด้วยรอยยิ้มไม่น่าไว้วางใจ...ซึ่งทุกคนเองก็ชินซะเเล้ว
 
"เเต่ฉันอยากอ่านหนังสือที่เพิ่งซื้อมาใหม่มากกว่านะคะ"โคซากุระ เเมรีที่ชอบบ่นอุบอิบพลางชี้ไปทางถุงหนังสือที่เพิ่งวางไปไม่นาน
 
"หิวชะมัดเลย! ป้า! อย่าขวางดิ!"อามามิยะ ฮิบิยะ ที่เกรียนซะส่วนใหญ่ แถมยังชอบทำมือ 'ชิ่วๆ' ใส่เด็กสาว ม.ปลาย ปี 1 ที่ห่างไกลจากคำเรียกว่า 'ป้า' หลายขุม 
 
"ว่าไงนะยะ! เดี๋ยวเถอะ ฉันเพิ่งอยู่ ม.ปลาย ปี 1 เองนะ!"โมโมะที่มักเเย้งอย่างไม่สบอารมณ์ ในขณะที่ฮิบิยะแกล้งทำเป็นหูทวนลม 
 
"บาร์บีคิว..."โคโนฮะที่ชอบพึมพำเบาๆ ถึงอาหารโปรด อย่างเลื่อนลอย ราวกับขาดมันมาปีๆจนใกล้ตายซะอย่างนั้น
 
 
 
 
  ...ทั้งหมด...ทุกคนนั่น...ที่เขาอยากจะร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย...
 
"...ขอบคุณนะ"ชินทาโร่พูดขึ้น ไม่ดังไม่เบา ทว่าน่าแปลก...ที่ทุกคนกลับได้ยินมันชัดเจน
 
"ขอบคุณมากจริงๆ..."
 
ทุกคนในฐานลับหยุดยิ้มออกมาก่อนจะ หัวเราะคิกคัก "ไม่เป็นไรหรอก" ถึงพวกเขาจะไม่รู้ว่าชินทาโร่เจออะไรมาบ้าง เเต่ดูจากนัยน์ตาที่ยังคงเเดงอยู่นั่น พวกเขาก็พอจะเข้าใจ เเละพวกเขาเองก็หวังว่า ชินทาโร่จะยิ้มมากขึ้น เเละเปิดใจให้มากขึ้นด้วย
 
เพราะว่า...
 
 
 
 
 
 
"ยังไงพวกเราก็เพื่อนกันนี่นา!"
 
 
 
...เพื่อน...คือบุคคลที่แสนวิเศษ...ที่หัวเราะไปด้วยกัน ใส่ใจกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน...ที่เเม้ว่าบางครั้งอาจจะเข้ากันได้ไม่ดีสักเท่าไหร่...เเต่ก็พยายามที่จะเข้าใจกันให้ได้ ยอมรับในตัวตนกันเเละกันได้...
 
"งั้นเราก็ไปเตรียมจัดงานฉลองกันเถอะ!"
 
"เย้!"
 
อายาโนะ...ขอบคุณ...เเล้วก็ขอโทษสำหรับทุกๆสิ่งด้วยนะ...ฉันดีใจนะ...ที่ได้เป็นเพื่อนกับเธอ...
ตอนนี้ฉันพยายามที่จะก้าวไปข้างหน้าเเล้วล่ะ...จะไม่เอาเเต่จมปรักอยู่กับอดีตอีกแล้ว...แล้วก็...ขอบใจเธออีกด้วยเหมือนกันนะ...ที่มักจะยิ้มให้ฉันเสมอ..ขอบคุณ..มากจริงๆ
 
...........................................................................................................
 
อารมณ์หลังเขียน Short fic เรื่องนี้จบคือ...ตูทำอัลไลลงไป....OTL ทั้งๆที่กะให้มันวายมากกว่านี้เเท้ๆ...แล้วไหงมันกลายมาเป็นเรื่องมิตรภาพเเสนงดงาม(?)ได้ฟะ?(ทึ้งหัวตัวเอง)...ทุกทีเลย...เขียนฟิคคาเงโร่วทีไร...มันก็มักจะลงเอยแบบนี้เรื่อยเลย...พับผ่า!...ให้ตาย ความวายจากจั่วหัวมันหายไปไหนฟะ? ความหื่นที่มีมันเลือนไปไหนหมดด=[]=! หรือเพราะขาดเเคลนยาโอยมาเยียวยาหัวใจนานเกินไป(ว๊อท?!)...อา ช่างเถอะ สำหรับฟิคเรื่องนี้...ก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ ขอความวายจงสถิตกับคุณ!
 
  Ps.ที่จริงเรื่องนี้กะจะอัพในวันเกิดชินนั่นเเหละ แต่ว่า...พอดีเพิ่งมีไฟเขียนมาจนเสร็จ(กรรม) เอาเถอะชินทาโร่ ถือซะว่า Happy Birthdry ย้อนหลัง(สัปดาห์นึง)ล่ะกันนะ!
Pss.เอ็กทีนจัดหน้ากระดาษยากมากกกก Q^Q!!
 
 แถมเล็กน้อยก่อนจากจ้าาา!~~~
 
"ชินทาโร่คุงนี่ไม่ค่อยจะร่าเริงเลยน้าา~~"เสียงคนกวนโอ๊ยเเห่งกลุ่มดังขึ้น กลางวงปรึกษาปัญหา ที่ตอนนี้มีสมาชิกหลายคนแต่ไม่ทั้งหมดร่วมวงอยู่ด้วย อันประกอบไปด้วย สมาชิกหมายเลข 1,3,4 และ 8
 
"นั่นสิ...ฉันว่าเราทิ้งให้กบหน้ายิ้ม...ฉันหมายถึงเซโตะน่ะ...อยู่เรียกความสดใสจากเขาดีมั้ยนะ?"หัวหน้ากลุ่มที่นานๆทีจะมาร่วมวงปรึกษาอะไรต่อมิอะไรพูดขึ้น 
 
"หา? ลุงน่ะเหรอ ก็ดีเหมือนกันนะ...เจ้ากบยักษ์นั่นอาจทำให้ลุงยิ้มมากขึ้นได้ก็ได้"ฮิบิยะบอกอย่างเห็นด้วย
 
"ก็จริงนะคะ! ฉันเห็นด้วยค่ะ!"เเมรีผสมโรงอีกเสียง
 
"เห? กำลังเล่นอะไรกันอยู่เหรอคะ?!"เสียงใสที่จู่ๆก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์คิโดะ ที่เปิดทิ้งไว้ ทำเอาคนอื่นๆ ตกใจไม่น้อย เเต่พอตั้งสติได้ก็เข้าใจ ว่าเสียงนั้น คือเสียงของโปรแกรมปริศนาที่มักจะโผล่ไปในคอมพ์ไม่ก็โทรศัพท์ของชินทาโร่...แล้ว...ไหงตอนนี้ถึงมาโผล่ที่โทรศัพท์ของคิโดะได้ล่ะ...!?  
 
สีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยเรียกให้โปรแกรมที่ถูกตราหน้าจากเด็กสาวคนหนึ่งว่าไม่มีความละเอียดอ่อนเอาเสียเลย ขยับยิ้มน้อยๆก่อนบอก
 
"ที่จริงฉันก็สามารถแทรกตนเองเข้าไปในเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทุกชนิดเเหละค่าา!!~~"
 
"อ่าฮะ..."
 
"พอดีว่าฉันอยากลองเข้ามาในเครื่องคุณหัวหน้าดูน่ะค่ะ!..."
 
"แล้วสรุปว่าทุกคนกำลังเล่นอะไรกันอยู่เหรอคะ?!"ไวรัสสีฟ้าถามขึ้นอย่างอยากรู้อย่างเห็นอีกครั้ง 
 
"อา...ว่าไงดีล่ะ"คิโดะพึมพำ ก่อนว่า "ก็หาวิธีเรียกความร่าเริงมาจากชินทาโร่กันอยู่น่ะ"
 
"เอ๋!? อย่างงั้นเองเหรอคะ! น่าสนใจมากเลยค่ะ ช่วงนี้นายท่านน่ะฝันร้ายเรื่อยเลย เเถมพูดน้อยลงด้วยนะคะ!"
 
"น่าเป็นห่วงจังน้าาา!~~"คาโนะบอกด้วยท่าทีนึกสนุก ก็เรื่องมันน่าสนใจขนาดนี้จะไม่ให้เขานึกสนุกได้ไงล่ะ!...แต่ถึงงั้นเขาก็เป็นห่วงชินทาโร่นะ! 
 
"...ท่าทีนายมันไม่น่าไว้ใจมากกว่านะ...คาโนะ"คิโดะบอกพลางเหลือบมองเจ้าของชื่อ ซึ่งคนถูกมองก็ได้เเต่หัวเราะ เเหะๆ "ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า!"
 
"...เหอะ"
 
"งั้นวันนั้นพวกเรามาฉลองวันเกิดให้ลุงกันมั้ย?"ฮิบิยะเสนอขึ้น หลังจากไม่ได้ซะพูดนาน
 
"ดีเลยค่ะ! ฉันกับคิโดะจะทำอาหารให้เยอะๆเลย!"เเมรีที่เดินเอาชามาเสิร์ฟพอดีพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
 
"ถ้าเรียกความร่าเริงจากชินทาโร่ได้ล่ะนะ..."คิโดะยิ้ม "ก็ไม่เลว..."
 
"อื้ม! งั้นก็ตกลงตามนี้นะคะ! พวกเรามาช่วยกันเรียกความร่าเริงมาจากนายท่านกันเถอะ!"
 
"เรื่องแผน...ฉันกับเธอช่วยกันคิดละกัน...เอเนะ"
 
"โอเคเลย! คุณหัวหน้า!"
 
 
 
...วันนั้นเป็นอีกวัน...ที่ไม่เลวเลย
 
 
 
 
 
 
...Fin....